Audi e-tron Sportback

มาแล้ว Audi e-tron Sportback 55 quattro S line ค่าตัว 5.29 ล้าน

อาวดี้ ประเทศไทย Audi e-tron Sportback 55 quattro S line ค่าตัว 5.299 ล้านบาท แพงกว่ารุ่น SUV 2 แสนบาท แต่ดเพิ่ม option ขึ้นมาอีกไม่น้อย แถมวิ่งได้ไกลขึ้นเป็น 463 กม./ชาร์จ ปีนี้มีแค่ 15 คัน จองแล้ว 7 คัน ช้าหมดอดแน่ๆ 

Audi e-tron Sportback
สปอร์ตขึ้น วัยรุ่นขึ้นนะ 

Audi e-tron Sportback 55 quattro S line คันนี้เป็นรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นที่ 2 ที่อาวดี้ ประเทศไทย นำเข้ามาจำหน่าย หลังจากประสบความสำเร็จไปไม่น้อยกับการจำหน่าย Audi e-tron SUV ไปแล้ว โดยในปีนี้ อาวดี้ ยังคงส่งมอบเจ้ารถไฟฟ้าคันแรงคันนี้อยู่

สำหรับ รถไฟฟ้า 100% รุ่นใหม่นี้ มาในรูปทรง Sportback หรือรูปทรงท้ายตัดแบบสปอร์ต ที่ใครหลายคนคลั่งไคล้ ซึ่ง “The New e-tron Sportback” นี้พัฒนาขึ้นมาภายใต้ สโลแกน “Future is An Attitude” พร้อมชูจุดเด่นและความสมบูรณ์แบบของเทคโนโลยีรถไฟฟ้า ที่สามารถวิ่งได้ 463 กิโลเมตร ต่อการชาร์จแบตเตอรี่เต็ม 1 ครั้ง ซึ่งเพิ่มขึ้นจากรุ่นเดิมที่ชาร์จเต็ม 1 ครั้งวิ่งได้ประมาณ 410 กม.

 Audi e-tron Sportback
ด้านข้างสปอร์ตเต็มตัว

นอกจากนี้  Audi e-tron Sportback 55 quattro S line มาพร้อมระบบขับเคลื่อน 4 ล้ออัจฉริยะแบบไฟฟ้า (electric quattro) ที่ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตำแหน่ง ให้พละกำลังสูงสุดถึง 300 กิโลวัตต์ หรือ 408 แรงม้า แรงบิดสูงสุดที่ 647 นิวตัน-เมตร อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใช้เวลาเพียง 5.7 วินาทีเท่านั้น (boost Mode)

เทคโนโลยีระบบขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าของ Audi e-tron Sportback 55 quattro S line มีการนำพลังงานกลับมาใช้ใหม่ (Recuperation) อย่างชาญฉลาด 2 รูปแบบ คือ ทั้งจากพลังงานจากการปล่อยให้รถวิ่งในลักษณะลอยตัว (Coasting) และพลังงานจากการเบรก (Braking)

Audi e-tron Sportback

รูปแบบที่ 1 พลังงานจากการปล่อยให้รถวิ่งในลักษณะลอยตัว ซึ่งมีวิธีการตั้งค่าการทำงานรูปแบบนี้ 2 วิธี คือ ตั้งค่าจากแป้น paddle shift ที่สามารถเลือกปรับได้ 3 ระดับ และผู้ขับขี่สามารถเลือกที่จะตั้งระดับการนำพลังงานกลับมาใช้ใหม่โดยอัตโนมัติผ่านฟังก์ชัน Predictive efficiency assist (PEA) ในระบบ MMI ได้อีกด้วย จากการประมวลผลและควบคุมการเคลื่อนที่เชิงฟิสิกส์  ส่งผลให้ผู้ขับขี่สามารถควบคุมความเร็วของรถได้จากการถอนเท้าออกจากคันเร่ง โดยที่ไม่ต้องเหยียบเบรกได้

Audi e-tron Sportback
ไฟท้ายเส้นยาวตลอดทั้งแนวบั้นท้าย

รูปแบบที่ 2 พลังงานจากการเบรก (Braking) เมื่อผู้ขับขี่เหยียบเบรกจะส่งผลให้เกิดพลังงานกลับเข้ามาในระบบการขับขี่ หากเหยียบเบรกที่ความเร็ว 100 กิโลเมตร/ชั่วโมง จะสามารถนำพลังงานกลับเข้าไปได้สูงสุดถึง 300 Nm และ 220 Kw หรือคิดเป็นมากกว่า 70% ของกำลังที่มอเตอร์ผลิตได้ และการนำพลังงานกลับมาใช้ใหม่ในรุ่น       e-tron Sportback นี้ สามารถเพิ่มระยะทางการขับขี่ได้มากถึง 30% ของระยะทางทั้งหมด

Audi e-tron Sportback
ลายแม็กซ์ใหม่

หน้าตาของรถรุ่นนี้ ค่อนข้างเท่นะ จากกระจังหน้าแบบคลาสสิกถูกอัพเกรดใหม่เป็น Single frame เส้นสาย รูปทรง สะท้อนเอกลักษณ์ของ Audi คือ ลุคสปอร์ตนอกจากรูปทรงที่โดดเด่นแล้ว e-tron Sportback ยังมาพร้อมชุดแต่ง S-line ทั้งภายนอกและภายใน ล้อแม็กซ์ ลายใหม่ ระบบช่วงล่าง Sport Air suspension

Audi e-tron Sportback
กระจกมองข้างแบบธรรมดา ถ้าอยากได้เป็นกล้องเพิ่ม 200,000 บาท

ถ้าใครอยากเด่นไม่เหมือนใคร ควักกระเป๋าอีก 200,000 บาท คุณก็จะได้กล้องแสดงภาพด้านข้าง (Virtual exterior mirrors) นวัตกรรมด้านความสะดวกสบายและความปลอดภัย จะมีจอแสดงผล OLED ความละเอียดสูงขนาด 7 นิ้ว พร้อมฟังก์ชันควบคุมแบบสัมผัส ที่ติดตั้งบริเวณแผงประตูซ้าย-ขวา ทำให้ผู้ขับขี่สามารถมองเห็นภาพด้านข้างตัวรถที่ชัดเจนยิ่งขึ้นแม้อยู่ในสภาวะการเดินทางที่ไม่เอื้ออำนวย

และกล้องมองข้างนี้ จะมาพร้อมกับระบบความปลอดภัยไฮเทคอีก 4 ระบบ

Audi e-tron Sportback
ช่องชาร์จไฟ ถ้าชาร์จผ่าน Audi wall box ใช้เวลา 7.30 ชม.(แบต 0%)

ภายในห้องโดยสารแต่งได้เรียบหรู และที่ผมชอบคือ จอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบ Virtual cockpit plus ขนาด 12.3 นิ้ว และจอควบคุมมัลติฟังก์ชันแบบสัมผัส พร้อมตอบสนองการสั่งงาน (haptic feedback) ขนาด 8.6 นิ้ว เพียงปลายนิ้วสัมผัส รองรับการสั่งการด้วยการเขียนด้วยนิ้ว เชื่อมต่อกับโทรศัพท์มือถือ ด้วย Audi smartphone interface ระบบเครื่องเสียงระดับพรีเมียม Bang & Olufsen พร้อมระบบเสียง 3 มิติ

และกล้องมองข้างนี้ จะมาพร้อมกับระบบความปลอดภัยไฮเทคอีก 4 ระบบ  
ภายในหรูหราไม่น้อย

Audi e-tron Sportback

Audi e-tron Sportback

หลังคาเป็นแบบพาโนรามิคเลื่อน เปิด-ปิด เบาะนั่งหุ้มหนัง Valcona คุณภาพสูง ให้ผิวสัมผัสที่ละเอียด เบาะนั่งคู่หน้าแบบ S Sports ตกแต่งแบบ diamond cut พร้อมสัญลักษณ์ S line พวงมาลัยมัลติฟังก์ชันท้ายตัดหุ้มหนังแบบสปอร์ต พร้อมสัญลักษณ์ S line และ Paddle shift

Audi e-tron Sportback 55 quattro S line มีให้เลือกทั้งหมด 6 สี ได้แก่ Glacier white metallic, Floret silver metallic, Mythos black metallic, Daytona grey pearl effect, Siam beige metallic และ Antigua blue metallic โดยมีราคาจำหน่ายที่ 5,299,000 บาท กำหนดส่งมอบตั้งแต่เดือนธันวาคม 2020 เป็นต้นไป

Audi e-tron ใหม่ทุกรุ่นจะได้รับการดูแลจาก Audi Protection ด้วยการรับประกันรถใหม่ 5 ปี หรือระยะทาง 150,000 กิโลเมตร แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน  รถไฟฟ้า Audi e-tron ใหม่ทุกรุ่น รับประกันแบตเตอรี่ 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร แล้วแต่ระยะใดถึงก่อนและการให้บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน Roadside Assistance ทั่วประเทศ 24 ชั่วโมง นาน 5 ปี

อ่านประกอบ X-5 สะเทือน GLS สะท้าน อาวดี้เปิด  AUDI Q7 ใหม่ เริ่มต้น 4.849 ล้านบาท

Audi e-tron Sportback
แอร์หลัง พร้อมระบบแอร์อัตโนมัติ 4 ZONE

About Nithi Thuamprathom

ผ่านประสบการณ์การทำข่าวเศรษฐกิจ และยานยนต์มานานกว่า 20 ปี มีความเชี่ยวชาญด้านการเขียนข่าวเชิงเจาะลึก วิเคราะห์สถานการณ์การตลาดในอุตสาหกรรมยานยนต์ รวมถึงการทำบทความการทดลองขับทั้งในแบบข้อความ และภาพเคลื่อนไหว

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *