Breaking News
Home / สกู๊ปพิเศษ / รายงานพิเศษ / ควบ นิสสัน X-Trail-Navara เที่ยวไทย-เมียนมาร์ กว่า 3,000 กิโล (ตอนจบ)

ควบ นิสสัน X-Trail-Navara เที่ยวไทย-เมียนมาร์ กว่า 3,000 กิโล (ตอนจบ)

นิสสัน พม่า
นิสสัน X-TRAIL หนึ่งในรถ SUV ที่ทน ถึก ใช้ได้เลยทีเดียว

นิธิ ท้วมประถม

เมื่อตอนที่แล้ว ผมพาท่านผู้อ่านเริ่มต้นเดินทางไปกับกิจกรรม “Nissan Intelligent Driving Experience (NIDE) Go Anywhere” ซึ่งเป็นกิจกรรมครั้งแรก ของนิสสัน มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ที่นำขบวนรถยนต์นิสสัน กว่า 15 คัน ขับรถฟันฝ่าอุปสรรค เส้นทางในทุกรูปแบบ เป็นระยะทางกว่า 3,000 กิโลเมตร กับการเดินทางกว่า 10 วัน

โดยเนื้อหาตอนแรกผมมีโอกาสขับ นิสสัน เทอร์รา รถยนต์นั่งอเนกประสงค์ของนิสสัน ไปแล้วเป็นเวลา 2 วัน ซึ่งนานพอจะรู้ข้อดี ข้อเสีย ของรถคันนี้ และได้รายงานให้ท่านผู้อ่านได้รับทราบกันไปแล้วว่าเป็นอย่างไร ก็ต้องยอมรับครับว่า เทอร์รา ดีกว่าที่ผมคิดไว้ทีเดยว โดยเฉพาะในเรื่องของช่วงล่างที่นุ่มนวลนั่งสบาย เสียแต่ว่า น้ำหนักพวงมาลัยช่วงความเร็วต่ำ หนักไปหน่อย เท่านั้น แถมระยะฟรีของพวงมาลัย มีมากไปหน่อย ส่งผลให้พวงมาลัยไม่ค่อย “คม” เมื่อวิ่งด้วยความเร็วสูง

นิสสัน พม่า
นิสสัน เทอร์ร่า นั่งสบายที่สุดในทริป แม้ว่าสภาพถนนจะเป็นแบบนี้ก็ตาม

ขณะที่การเดินทางในตอนนี้ ผมมีโอกาสได้ขับ เอสยูวี คันเก่งของ นิสสัน นั่นก็คือนิสสัน X-Trail ที่เพิ่งเปิดตัวโฉม MY19 ไปเมื่อไม่นานนี้ ผมเองก็ได้มีโอกาสขับ  X-Trail รุ่นนี้เป็นครั้งแรกในทริปนี้เหมือนกันครับ ก็ถือโอกาสรายงานผลการลองขับเลยละกัน

นิสสัน พม่า
ทางคดโค้งตลอดการเดินทาง

X-Trail MY19 ตัวนี้มีการปรับรายละเอียดไปจากรุ่นเดิมอยู่พอสมควร ที่เห็นชัดๆคือ ในเรื่องของเครื่องยนต์ที่มีให้เลือกแค่ 2 รุ่นคื เครื่องยนต์เบนซิน 2.5 ลิตร และไฮบริด 2.0 ลิตร เท่านั้น ขณะที่เครื่องยนต์ 2.0 ลิตรเดิมที่เป็นทั้งเครื่องยนต์รุ่นใหม่ที่ใช้เกียร์รุ่นใหม่กลับเลิกผลิต

แต่ลดราคารุ่นเครื่องยนต์เบนซิน 2.5 ลิตร ลงมาเป็นราคาเดียวกับเครื่อง 2.0 ลิตรที่เลิกผลิต จะบ้าตาย!! ทำตลาดกันอย่างไร ลูกค้าที่ซื้อเครื่อง 2.5 ลิตรเดิมไปจะรู้สึกอย่างไร แล้วทำไม นิสสัน ถึงลดราคารุ่น 2.5 ลิตรลงมาได้ตั้งหลายแสนบาท น่าคิดนะครับ ว่ารุ่นที่แล้วขายกำไรไปเท่าไหร่ รุ่นปัจจุบันถึงลดราคาลงมาได้ขนาดนี้

นิสสัน พม่า
ทางโค้งที่เกือบจะเป็นวงกลมแล้ว

เอาเป็นว่า ตอนนี้ นิสสัน X-Trail มีให้เลือกแค่ 2 เครื่องยนต์แล้วครับ ส่วนใครที่เป็นเจ้าของ  X-Trail 2.0 ลิตร เบนซินอยู่แล้วไม่ต้องเสียใจครับ เพราะคุณเป็นเจ้าของเครื่องยนต์และเกียร์ที่ดีที่สุดของ X-Trail แล้วครับ

การเดินทางในวันนี้ เราต้องเดินทางไปยังทะเลสาบอินเล ทะเลสาบที่ใหญ่ที่สุดของประเทศเมียนมาร์ และแน่นอนว่าการเดินจาก มัณฑะเลย์ ไปยังทะเลสาบอินเล ก็ต้องผ่านเส้นทางแสนโหดร้ายคือ ทางคดโค้งบนเขาอีกนับพันโค้งครับ และไม่ใช่ทางโค้งบนเขาแบบธรรมดาเสียด้วย แต่เป็นเส้นทางบนเขาในแบบกำลังก่อสร้างที่เต็มไปด้วยฝุ่นกันเลยทีเดียว

นิสสัน พม่า
มุดฝุ่นเป็นเรื่องปกติไปเสียแล้ว

นิสสัน X-Trail รุ่นแรกที่เข้ามาอยู่ในมือผมเป็นรุ่นเครื่องยนต์ไฮบริดครับ ดีเหมือนกันจะได้ลอง แรงบิด เสียหน่อยว่าเมื่อเจอกับทางชันๆ จะเป็นอย่างไร

เดินหิ้วกระเป๋าเดินทางพร้อมสัมภาระเต็ม 2 มือไปเปิดท้ายรถแบบหล่อๆ โดยใช้เท้าเตะไปที่ใต้กันชนรถด้านหลังแบบเบาๆ ประตูฝาท้ายก็เปิดให้ในแบบสวยๆ ไม่ต้องเสียเวลาวางของแล้วมากดเปิดฝาหลังให้เสียเวลา ซึ่งระบบเปิดฝาท้ายแบบนี้ นิสสัน X-Trail มีให้่หมดทุกรุ่นนะครับตั้งแต่รุ่นเครื่องยนต์ 2.5 ลิตร และรุ่นไฮบริด ถือว่าดีเลยทีเดียว

นิสสัน พม่า
เพื่อนร่วมเดินทางบนนถนน

พอฝาท้ายเปิด ก็ต้องตาโต!! ครับ ไม่ได้ตาโตเพราะความกว้างขวางของพื้นที่เก็บสัมภาระน่ะ แต่ตาโต เพราะสัมภาระของทีมงานที่ฝากไว้ใน X-Trail คันนี้ครับ เต็มท้ายรถไปหมด ไม่ต้องวางกันละสัมภาระของเรา หึ!! เลยต้องจำใจใช้เท้าเตะปิดฝาท้าย เพื่อเอากระเป๋าเดินทางมาไว้ที่เบาะโดยสารแถว 2 แทน

ยังดีนะที่เบาะโดยสารแถวที่ 2 พื้นที่ค่อนข้างกว้างขวางทำให้มีพื้นที่วางสัมภาระที่เหลือทั้งหมด รวมถึงคนนั่งอีก 1 คนได้ครบถ้วนแบบไม่ต้องมามองค้อนกัน

อ้อ!! ลืมบอกไปครับ X-Trail เครื่องยนต์ 2.5 ลิตร นี้จะมีที่นั่งทั้งหมด 7 ที่นั่งนะครับ คือเบาะโดยสาร 3 แถว แต่หากเป็นรุ่น 2.0 ไฮบริดจะมีแค่ 5 ที่นั่งเท่านั้น ก็ต้องตัดสินใจให้ดีว่าจะเลือกจำนวนที่นั่ง หรือเทคโนโลยีเครื่องยนต์  จุดนี้ก็แล้วแต่ลูกค้าเลือกแล้วกัน 

นิสสัน พม่า
ไปไหวน่ะ 3,000 กิโลเมตรเอง!!

ลองขับกันเลยดีกว่า ในรถพวกเรานั้น มีน้องๆร่วมเดินทางอีก 2 คนรวมผมด้วย ก็กลายเป็นว่ารถคันนี้ มีน้องๆ ลูกวัว 3 ตัวอยู่ในรถเรียบร้อย  เดินทางกันเลยครับ กดปุ่มสตาร์ท ก็ต้องประทับใจกับความเงียบของเครื่องยนต์ไฮบริด ว่าเงียบจริงๆ 

เอาละพร้อม!! เดินทาง กันเลย

อย่างที่บอกครับว่า การเดินทางในประเทศเมียนมาร์นั้น หากเดินทางขึ้นมาทางเเหนือ อย่างเส้นทางที่ “Nissan Intelligent Driving Experience (NIDE) Go Anywhere” กำหนดกันขึ้นมานั้น “โหดเอาการ” เลยทีเดียว โดยเฉพาะช่วงสุดท้ายของการเดินทางที่เส้นทางเกือบ 90% อยู่บนเขาครับ

นิสสัน พม่า
เส้นทางบนเขาทั้งนั้น 

เรียกว่าพวงมาลัยไม่ต้องตั้งตรงกันเลย หักเลี่้ยวอย่างเดียว และไม่ได้เลี้ยวอย่างเดียว แต่เรายังเจอทางขึ้นเขาชันๆ แบบคอแทบตั้งบ่าอีกบ่อยๆ เสียด้วย ซึ่งในเรื่องของเส้นทางอย่างนี้ ต้องพิสูจน์ทั้งคน และรถ เลยครับว่าจะเจ๋งกันแค่ไหน

ในเรื่องของรถนั้น ผมว่า X-Trail ไฮบริดนั้น ให้การขับขี่ที่ออกไปในทางสบายๆ อัตราเร่งนุ่มนวลไม่กระชากให้หงุดหงิด เวลาขึ้นเนินชันๆ สามารถเรียกแรงบิดอันมหาศาลให้ลากตัวรถขึ้นไปได้แบบเนียนๆ ผ่านได้ทุกเนินชันๆ ครับ

นิสสัน พม่า

ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องน่าห่วงในเรื่องของพละกำลังว่าจะไหวหรือเปล่า ไหวแน่นอน แต่อาจจะไม่แรงเท่ากับรุ่นเครื่องยนต์เบนซินขนาด 2.5 ลิตรที่ตัวนั้น อัดขึ้นเนินได้แบบหายห่วงแล้วไปได้แบบยาวๆ เลยครับ

ในความรู้สึกผม เครื่องไฮบริดมีกำลังเพียงพอที่จะผ่านไปได้ทุกดอย ทุกภูเชาในเมืองไทยแน่ๆ แต่อาจไม่สนุกเร้าใจเท่ากับเครื่องยนต์ 2.5 ลิตร ที่จะพาคุณพุ่งไปได้แบบเร็วทันใจ คือความแรงในการไต่ทางลาดชัน ผมให้เครื่องเบนซิน 2.5 ลิตรได้เปรียบกว่า

นิสสัน พม่า
แวะพักรถ กับหมู่บ้านข้างทาง
นิสสัน พม่า
บรรดาเด็กๆ ชาวเมียนมาร์ กับขนมที่คณะของเราแจก

แต่หากเป็นทางราบปกติ กับความประหยัด ผมว่าไฮบริดได้เปรียบกว่าเยอะทีเดียว อัตราเร่งแซงในทางราบรุ่นเครื่องยนต์ไฮบริด ก็ทำได้ดีไม่น้อย ส่วนรุ่น 2.5 เร่งแซงสะใจวัยรุ่นในแบบที่ต้องลากรอบกันจัดๆ นะครับ หากเป็นอัตราเร่งตีนต้นไฮบริดได้เปรียบ แต่หากเป็นตีนปลายเครื่อง 2.5 กินเรียบ

นิสสัน พม่า
การทำถนนในเมียนมาร์ ยังใช้แรงงานเป็นหลัก

เอาเป็นว่าถ้าเน้นใช้งานในเมืองเป็นหลัก เดินทางต่างจังหวัดบ้างไม่บ่อย ไปไฮบริดครับ แต่หากใช้งานต่างจังหวัดเป็นหลัก วิ่งยาวๆ กันไป ชอบเร่งแซงแบบลากรอบจัดๆ 2.5 เลยครับไม่ทำให้คุณผิดหวังแน่นอน

ส่วนเรื่องของช่วงล่าง ถือว่าหนึบใช้ได้ทั้ง 2 เครื่องยนต์ ไม่แตกต่างครับ พวงมาลัยตอบสนองดีพอสมควรแต่ยังแพ้คู่แข่งอย่าว ฮอนด้า ซีอาร์วี ที่พวงมาลัยแม่นยำกว่า ขณะที่ความนุ่มนวลของช่วงล่างผมให้ X-Trail ได้เปรียบครับ

นิสสัน พม่า
การราดยางมะตอย แบบแมนนวล ที่เราเห็นตลอดเส้นทาง

ถือว่าผมโชคดีอย่างมากครับ กับาารเดินทางในช่วงนี้ ที่มีหาหนะเป็นนิสสัน X-trail เพราะทำให้การเดินทางในช่วงนี้ค่อนข้างสบายไม่น้อยทีเดียว ไม่ปรากฏอาการเมื่อยล้าเมื่อต้องเดินทางนานๆ

ส่วนในเรื่องของระบบความปลอดภัยใน นิสสัน X-trail ก็มาเต็มไ่ม่น้อยหน้าครับทั้งระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติอัจฉริยะ หรือ Intelligent Cruise Control (ICC) ระบบตรวจจับวัตถุด้านหลังรถขณะถอย หรือ Rear Cross Traffic Alert (RCTA) ระบบช่วยเตือนก่อนการชนด้านหน้า ระบบเบรกฉุกเฉิน ระบบเตือนเมื่อรถออกนอกช่องทาง ซึ่งระบบนี้จะทำงานที่ความเร็วเกิน 70 กม./ชม. ระบบเตือนเมื่อมีวัตถุอยู่ในจุดอับสายตา ก็มาเต็มใช้ได้ครับพอจะแข่งกับคู่แข่งได้อยู่เหมือนกัน

นิสสัน พม่า

การเดินทางในช่วงสุดท้าย ที่เป็นการเดินทางกลับเข้าสู่ประเทศไทยทางจังหวัดเชียงรายนั้น ผมต้่องเปลี่ยนพาหนะมาเป็น ม้าศึกของ นิสสัน นั่นก็คือ นาวารา แบล็ค อิดิชั่น ใหม่ ที่นิสสัน หมายมั่นปั้นมือแต่งหน้าทาปากเจ้านาวาร่า ให้มาแข่งในตลาดรถกระบะบ้านเราได้สนุกมือหน่อย

โดยนาวาร่า รุ่นที่ผมขับนั้นเป็นรุ่น 4 ประตูเครื่องธรรมดาครับคือ เครื่องยนต์ดีเซล 2.5 ลิตร 163 แรงม้า และแรงบิดกว่า 403 นิวตัน-เมตร เกียร์ธรรมดา 6 สปีด ซึ่งถือว่าเป็นเครื่องยนต์รุ่นล่างของนาวาร่า ที่เป็นตัวขายของ นิสสัน ก็นับเป็นโอกาสดีครับ เพราะรุ่นที่เคยขับครั้งก่อนเป็นรุ่นเครื่องยนต์ 190 แรงม้า ที่ใช้ในนิสสัน เทอร์ร่า

นิสสัน พม่า
เณร ขอทำบุญ ซึ่งเราจะเจอได้เกือบตลอดเส้นทาง

มาลองกันเลยดีกว่าครับว่า 163 แรงม้าของ นาวาร่า นั้นจะไปได้ดีแค่ไหน เพราะพื้นที่กระบะบรรทุกด้านหลังมียางอะไหล่ และอุปกรณ์ซ่อมรถฉุกเฉินเต็มหลังกระบะ ก็หมายความว่ารถคันนี้มาพร้อม “ภาระ” อันหนักอึ้งแน่นอน

และวันนี้ขบวนของ “Nissan Intelligent Driving Experience (NIDE) Go Anywhere” เริ่มเดินทางเพื่อกลับบ้านเกิดกันสักที หลังจากที่เราเดินทางกันมา 5 วันเต็มๆ ในส่วนของทริปผม แต่หากเป็นพวกทีมงานที่ต้องเดินทางทั้งทริปก็รวมๆแล้วเกือบ ครึ่งเดือนครับ

นิสสัน พม่า

ซึ่งผมว่าการเดินทางในวันสุดท้ายของผมในวันนี้ คือวันที่ต้องใช้มือในการขับรถมากที่สุดเลยครับ เพราะเจ้านาวาร่า ที่ทางทีมงานนำมานั้่นเป็น “เกียร์ธรรมดา” เสียด้วย เอ้า!!! ว่ากันไปไม่มีปัญหาจะเกียร์อะไรก็ได้ว่ามาเลย

สัมผัสแรกที่เข้ามานั่งในตำแหน่งคนขับบน นิสสัน นาวารา แบล็ค อิดิชั่น ใหม่ ก็รู้สึกว่ามันทันสมัยขึ้นมาพอตัวน่ะ กับหน้าจอเครื่องเสียงแบบใหม่ที่ดูดี แถมฟังก์ชั่นการทำงานยังล้ำสมัยขึ้นกับระบบระบบเชื่อมต่ออัจฉริยะ (Intelligent Integration) ล่าสุด Alliance In-Vehicle Infotainment (A-IVI) ที่เชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนผ่านแอปเปิล คาร์เพลย์ (Apple CarPlay) ได้แบบอัตโนมัติ ผมชอบนะกับระบบเครื่องเสียงแบบนี้ มันทำให้การติดต่อสื่อสารค่อนข้างง่ายทีเดียว จะฟังเพลงที่เก็บไว้ในโทรศัพท์ก็ง่าย จะทำอะไรกับโทรศัพท์ผ่านหน้าจอนี้ก็ง่ายผ่านๆ

นิสสัน พม่า
บรรยากาศข้างทาง แสนน่ารัก

จะไม่ชอบก็ตรงพวงมาลัยที่ยังคงรูปร่างในแบบเดิมไว้ได้อย่างเหนียวแน่น ที่ดูค่อนข้างจะเชยไม่น้อยเลยทีเดี่ยว แต่ยังดีที่พวงมาลัยเป็นแบบมัลติฟังก์ชั่น ที่ยังพอกู้หน้าขึ้นมาได้บ้าง

ขับกันเลยดีกว่า แม้ว่าวันนี้จะเป็นวันสุดท้ายแต่เส่้นทางที่เราจะต้องเดินทางสู่ อ.แม่สาย ก็ต้องขึ้นเขากันอีกแล้ว และแน่นอนว่าเส้นทางคดเคี้ยว เป็นเส้นทางบังคับแบบหลีกเลี่ยงไม่ได้

นิสสัน นาวารา แบล็ค อิดิชั่น ใหม่ มีกำลังเครื่องยนต์ 163 แรงม้า และแรงบิดกว่า 403 นิวตัน-เมตร  ทำงานได้ดีพอตัวครับ แม้ว่าจะมีสัมภาระบรรทุกด้านหลังอยู่มากพอสมควร แต่ด้วยแรงบิดขนาดนี้ เจ้านาวาร่า ก็พาทั้งรถ ทั้งคน ทั้งของ ขึ้นเขาได้อย่างสบายๆ แต่ยังสู้เพื่อนๆร่วมทริปอย่าง นิสสัน เทอร์รา กับ นิสสัน X-Trail ไม่ได้ พวกนั้นเวลาขึ้นเขา พุ่งหายจ้อยกันไปเลย

นิสสัน พม่า
มุดฝุ่นกันไป

และยิ่ง นาวาร่า ถูกวางตำแหน่งให้เป็นคันสุดท้ายของขบวน ดังนั้นไม่ต้องกังวลว่าจะมีใครมาดันตูดเรา เราช้าที่สุดในขบวนอยู่แล้วครับ ไปแบบเรื่อยๆ แต่หนักแน่น

บนเส้นทางนี้การขับแบบนี้ ทำให้เราได้เห็นสมรรถนะของนาวาร่า แบล็ค อิดิชั่น ในเครื่องยนต์ 163 แรงม้าเลยว่า “ไปได้” กับทุกเส้นทางเช่นเดียวกับเครื่องยนต์ 190 แรงม้าครับ แต่ต้องใจเย็นหน่อย เหมาะสำหรับการเป็นรถใช้งาน เน้นด้านการบรรทุกขับไปเรื่อยๆ ที่สำคัญไม่กินน้ำมันด้วย

แต่ที่น่าติ คือในเรื่องของระบบช่วงล่างที่ กระเด้งกระดอนใช้ได้เลยครับ ใครที่จะซื้อ นาวาร่า ไปเป็นรถครอยบครัวคงจะเหนื่อยหน่อยครับ แต่หากเน้นเป็นรถใช้งานบรรทุกละก็เหมาะโคตรๆ เพราะช่วงล่างตัวนี้ เมื่อมีัน้ำหนักบรรทุกมาถ่วงท้ายหน่อยละก็ ขับโคตรดี ช่วงล่างดีขึ้นมาทันตา

นิสสัน พม่า

ตรงจุดนี้ ก็ต้องแล้วแต่ละครับว่าจะซื้อรถคันนี้มาใช้งานแบบไหน บอกได้เลย นาวาร่า นั้นช่วงล่างโคตรทน บรรทุกหนักไม่กลัวใคร จะเด่นกว่าแบรนด์อื่นๆ ด้วยซ้ำในเรื่องของการบรรทุก ยิ่งบรรทุกยิ่งวิ่งดี เข้าโค้งในความเร็วไปได้สบายๆ หายห่วง

ขับเจ้านาวาร่า แบล็ค อิดิชั่น อยู่เกือบวันเต็มๆ ก็มาถึงจุดหมายปลายทางคือ ด่านเข้าสู่ประเทศไทยที่ อ.แม่สาย ซึ่งคณะของเราใช้เวลาผ่านด่านกันไม่นาน เท้าก็กลับมาเหยียบประเทศไทยอีกครั้งในแบบปลอดภัยกันทั้งคณะ และทุกคัน

นิสสัน พม่า

ก็ต้องยอมรับว่ากิจกรรม “Nissan Intelligent Driving Experience (NIDE) Go Anywhere” ที่นิสสัน มอเตอร์ ประเทศไทย จัดขึ้นนั้นทำให้เราได้รับรู้และเห็นถึงสมรรถนะการใช้งานรถนิสสัน ในแบบที่เราไม่ได้เจอแน่ๆ ในประเทศไทย และเรายังได้ใช้ชีวิตอยู่บนรถนิสสันตลอด 5 วันเต็ม บนเส้นทางที่บอกได้เลยว่าโหดที่สุดครั้งหนึ่งในการขับรถ

มันทำให้ผมรู้สึก “มั่นใจ” กับแบรนด์ “นิสสัน” มากขึ้นว่า “ทนทาน” ใช้งานได้จริง อย่างนิสสัน เอ็กซ์เทรล รถเอสยูวีที่ดูภาพภายนอกว่า “หน่อมแน้ม” ไม่น่าจะลุยงานหนักได้มากนัก แต่เส้นทาง 3,000 กว่ากิโลเมตรในทริปนี้ “พิสูจน์” ได้เลยว่าX-Trail ก็ “บู๊” ได้เหมือนกับทุกคันน่ะจ้ะ

นิสสัน พม่า

แต่ที่ผมประทับใจที่สุดในทริปนี้ คือ นิสสัน เทอร์ร่า รถอเนกประสงค์ที่พัฒนาขึ้นมาจากแพลตฟอร์มของ กระบะนาวาร่า จะขับได้สบายแบบนี้ ช่วงล่างนุ่มนวลในแบบที่บอกเลยว่าประทับใจครับ นั่งสบายตลอดการเดินทาง

ผมชอบมากกว่า X-Trail เสียอีก เพราะนั่งสบายกว่าครับ แม้ว่าเอ็กซ์เทรล จะกำลังมากกว่า กดเรียกกำลังได้ดีกว่า เทอร์ร่า ขึ้นเขาได้เนียนกว่า แต่เมื่อได้นั่งในเทอร์ร่าผมว่ามันสบายกว่า ใหญ่กว่านุ่มสบาย บอกเลยว่า ครอบครัวสุดๆ ครับคันนี้สบายจริง ไม่มีกั๊ก

ท่านผู้อ่านสามารถติดตามบทการรานงานการลองขับ พร้อมเส้นทางการท่องเที่ยวในทริปนี้ได้ที่ YOUTUBE Channel : autolufethailand.tv ครับ

วันนี้ขอจบเรื่องราวเส้นทางที่แสนประทับใจไว้เท่านี้ครับ ขอบคุณครับ

About Nithi Thuamprathom

ผ่านประสบการณ์การทำข่าวเศรษฐกิจ และยานยนต์มานานกว่า 20 ปี มีความเชี่ยวชาญด้านการเขียนข่าวเชิงเจาะลึก วิเคราะห์สถานการณ์การตลาดในอุตสาหกรรมยานยนต์ รวมถึงการทำบทความการทดลองขับทั้งในแบบข้อความ และภาพเคลื่อนไหว

Check Also

นิสสัน ให้ส่วนลด30% ช่วยลูกค้าน้ำท่วม

นิสสันเดินหน้าช่วยเหลือผู้ประสบภัยและลูกค้าที่รถยนต์เสียหาย จากเหตุน้ำท่วมให้ส่วนลดค่าอะไหล่30% พร้อมส่งคาราวานหน่วยบรรทุกข์ลงพื้นที่เพื่อมอบสิ่งของยังชีพที่จำเป็น